ได้ไปดูงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5 ตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2550 ประทับใจมาก แต่ยังไม่ได้นำมาเขียนลงบันทึกไว้ เพราะไม่รู้จะบรรยายว่าอย่างไร รู้แต่ว่าสวยงามมากๆ เนื้อหาที่ฟังคุณหญิงและท่านผู้รู้ในงานอธิบายก็จำได้อย่างตกๆหล่นๆ ไม่ได้จด คิดว่าตัวเองจะจำได้ ตอนนี้ก็พบว่าตัวเอง เริ่มมีความจำสั้นเหมือนปลาทองไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มลืม รูปถ่ายก็ไม่มีเพราะห้ามถ่ายภาพในส่วนของงานแสดงซึ่งจัดในพระที่นั่งอนันตสมาคม คิดอยู่ว่าจะ scan บางส่วนจากสูจิบัตร แม่ก็จำไม่ได้ว่านำไปเก็บไว้ที่ไหน (แม่กับลูก ปลาทองพอกัน
แต่แม่แก่แล้ว ไม่เป็นไร) ส่วน stamp ก็ลืมหยิบมา พอดีเห็น entryของdj-indy http://dj-indy.exteen.com/20080108/entryเรื่องศิลป์แผ่นดิน ในความงดงาม เลยคิดว่าควรจะเขียนส่วนที่ตัวเองประทับใจ ส่วนรูปนั้นก็อาศัยดูในentryของdj-indyก็แล้วกัน ขอขอบคุณdj-indyค่ะ
งานชิ้นหนึ่งที่ประทับใจมากคืองานปักผ้าด้วยไหมน้อย เป็นการปักไทย ให้เป็นรูปป่าหิมพานต์ ตามบทกลอนในเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนที่บรรยายผ้าปักของนางวันทอง งานปักผ้ารูปป่าหิมพานต์นี้มีขนาดใหญ่มาก จนสงสัยว่าจะปักอย่างไร เพราะงานปักผ้า ต้องขึงสะดึง คำตอบคือผ้าปักเป็นชิ้นๆ แยกกันก่อนแล้วจึงนำมาเย็บต่อกัน แล้วจึงปักทับรอยเย็บ ฝีมือปักละเอียดมาก มีการปักให้นูนเช่นที่ตัวเทวดา และมีการนำพระขรรค์เล็กๆมาเสียบไว้ที่มือเทวดาด้วย
ที่โต๊ะเสวยจำลองจากงานพระราชทานเลี้ยงเมื่องานฉลองกลางปี 2549 ก็งามมาก รูปข้างล่างนี้เพื่อนforward มาให้ตั้งแต่ปี 49 ในงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5นี้ก็นำสิ่งของต่างๆนี้มาจัดแสดงเป็นโต๊ะเสวยแบบในงานพระราชทานเลี้ยง
งานอีกรูปแบบที่ชอบมากคืองานคร่ำทอง ใช้การตอกเหล็กให้เป็นลายมีฟันเล็กๆคล้ายหนามเตย แล้วจึงฝังเส้นทองที่ถูกรีดให้เล็กเท่าเส้นผมเข้าไป งานคร่ำทองนี้เมื่อเสร็จใหม่ๆ จะสวยสู้งานถมไม่ได้ แต่เมื่อเริ่มเก่า เกิดสนิมบนเหล็ก สีสนิมดำๆจะขับสีของทองให้งามเด่นขึ้นมา
งานถมนั้นดูเผินๆอาจเห็นคล้ายงานคร่ำ แต่ที่จริงใช้เทคนิคที่ต่างกันมาก ต้องเริ่มจากการเตรียมยาถม ยาถมนี้เป็นภูมิปัญญาไทยแต่โบราณที่คิดสัดส่วนมาจนพอดี สามารถทำเก็บไว้เป็นแท่งได้ แล้วก็เตรียมชิ้นงานเป็นเงิน ใช้กรดกัดให้เป็นลายโดยบังส่วนที่ไม่ต้องการให้โดนกรดด้วยผง..ที่เตรียมไว้ (สมองปลาทองจำมาได้แค่นี้
) จากนั้นละลายยาถมสีดำถมลงให้เต็มลาย ถ้าต้องการถมทอง ก็นำถมเงินที่แล้วเสร็จนี้ไปลงทองปิดทับส่วนที่เป็นเงิน ส่วนถมตะทองนั้นยิ่งยากไปอีกขั้น คือก่อนการลงทองต้องบังส่วนที่เป็นเงินบางส่วนไว้ไม่ให้ทองมาติดได้ เมื่อเสร็จแล้วจึงเห็นชิ้นงานมีลายทองกับเงินบนพื้นดำ วิจิตรบรรจงกว่าถมทอง ในสมัยโบราณนั้นเครื่องใช้ที่เป็นถมตะทองจะมีเฉพาะสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์
ส่วนงานปีกแมลงทับนั้น นอกจากจะเป็นการช่วยชาวบ้านแล้ว อีกเหตุผลคือการรักษาป่า เพราะปีกแมลงทับที่จะนำมาใช้ได้นั้นต้องเป็นแมลงทับที่ตายเอง ถ้าจับตัวเป็นๆมา ปีกจะเปราะและสีซีดจางลง ถ้าแมลงตายเอง ปีกจะเหนียวและสีสวยคงทน และการที่จะมีแมลงทับที่ตายเอง ก็ต้องมีแมลงทับเป็นๆอยู่ในป่าที่สมบูรณ์ แมลงทับที่ศิลปาชีพใช้นี้ ชาวบ้านจะเก็บแมลงทับที่ตายแล้วจากในป่าใส่กล่องไปรษณีย์ส่งมาทางศิลปาชีพก็จะส่งเงินให้ชาวบ้าน การซับปีกแมลงทับที่กรีดเป็นชิ้นเล็กๆรองในงานชิ้นต่างๆ ทำให้ลวดลายส่วนที่เป็นสีทองเด่นขึ้นมา หวังกันว่าปีกแมลงทับในชิ้นงานจะคงทนอยู่ได้นานๆ ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปได้ ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าทรงเห็นว่าปีกแมลงทับที่ประดับบนผ้านุ่งของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้ายังมีสภาพดีอยู่
ในงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5 นี้ มีงานหลายชิ้นที่ทำขึ้นใหม่เพื่อจัดแสดงในคราวนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นงานชิ้นเก่าที่เคยแสดงแล้วหรืองานที่ทำใหม่ ทุกชิ้นก็แสดงถึงความอุตสาหะของช่างฝีมือ ที่น่าทึ่งคือช่างฝีมือเหล่านี้เริ่มต้นจากการเป็นชาวนา แล้วสมเด็จพระนางเจ้ารับเข้ามาฝึก งานแต่ละชิ้นจะบอกจำนวนช่างและเวลาที่ทำ หลายชิ้น ใช้ช่างเป็นร้อย และใช้เวลากว่า 2 ปี
ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นส่วนที่มาจากความทรงจำที่ได้จากการฟังคุณหญิงที่ดูแลพระที่นั่งจำลองซึ่งเป็นงานชิ้นเอกของการแสดงครั้งนี้ ผิดพลาดอย่างไรต้องโทษสมองปลาทองของตัวเอง
งานนี้มีถึงวันที่ 13 มกราคม 2551 นี้ 10.00-18.00 น. ถ้าใครเข้ามาอ่าน ก็ขอเชิญชวนไปดูของจริงด้วยนะคะ นอกจากจะได้เห็นความงดงามวิจิตรของงานฝีมือชาวศิลปาชีพแล้ว ยังได้เห็นภายในพระที่นั่งอนันตสมาคมซึ่งสวยงามมากๆด้วย พระที่นั่งอนันตสมาคมนี้ รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างขึ้นสำหรับเป็นท้องพระโรงเมื่อครั้งที่ทรงสร้างและย้ายที่ประทับจากพระบรมมหาราชวังมาประทับ ณ บริเวณสวนดุสิต ผู้ที่ไปงาน สามารถจอดรถได้ที่ในบริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งอภิเษกดุสิต และที่ในสวนอัมพร มีรถตู้บริการฟรีระหว่างพระที่นั่งอนันตสมาคมกับสวนอัมพรทุก 5 นาที ที่สวนอัมพรมีของจากศิลปาชีพ และ มูลนิธิพระดาบสมาขาย ทั้งอาหาร ผักแปลกๆ ของสด ไปจนถึงผ้าไหม งานไม้แกะสลัก งานเซรามิก งานสานจากลิเภา อ้อ..ถ้าจะขึ้นไปชมงานในพระที่นั่งอนันตสมาคม ขอให้แต่งกายให้เรียบร้อย สุภาพสตรีให้นุ่งกระโปรงหรือผ้าซิ่น เสื้อมีแขน ไม่ใช่สายเดี่ยว แขนกุด หรือช่วงล่างสั้นจุ๊ด นอกจากว่าอยากได้ผ้าฝ้ายที่ทางงานเตรียมไว้สำหรับให้คนที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยให้ห่มหรือนุ่งผืนละ40บาทนั่น (งานครั้งที่แล้ว เราอยากได้ แต่ไม่ได้ เพราะว่าแต่งตัวเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องใช้ เขาจึงไม่ขายให้)
ปล. 13 ม.ค.51 แม่พึ่งเจอสูจิบัตร อ่านแล้วเลยพบว่าความจำปลาทองทำให้ข้อมูลผิด การลงทองในงานถมทองนั้น ใช้วิธีทาทองคำบริสุทธ์ที่ผสมกับปรอท แล้วใช้ความร้อนไล่ปรอทออก